Roaming คืออะไร แบ่งออกเป็นกี่ประเภท เรามีคำตอบ!!

การสื่อสารในปัจจุบันและในสมัยนี้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง นวัฒตกรรมใหม่ ๆที่เกี่ยวกับการสื่อสารได้เข้ามาช่วยให้คนทั้งโลกสามารถเข้าถึงกันได้อย่างง่ายได้ แต่ค่าใช้จ่ายในการสื่อสารก็มีอัตราการใช้งานที่แตกต่างกันโดยเฉพาะการใช้งานนอกประเทศของเจ้าของเครือข่ายที่ให้ใช้งาน

————– advertisements ————–

เปรียบเทียบการสื่อสารด้วยสายเมื่อสมัยก่อนมีการโทรออกต่างจังหวัดจะมีค่าใช้จ่ายต่อนาทีที่แพงกว่าการโทรในจังหวัดเดียว การใช้โทรศัพท์มือถือซึ่งเป็นการสือสารไร้สารสามารถใช้งานได้ทั่วโลกแต่การนำไปใช้นอกพื้นที่ให้บริการ เช่นในต่างประเทศก็จะมีค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันไป ซึ่งค่าใช้จ่ายนี้อาจจะกลับกลายเป็นภาระของผู้ใช้งานในภายหลังถ้าผู้ใช้งานไม่มีการเตรียมพร้อมและการศึกษาการใช้งานคลื่นมือถือโดยใช้เบอร์เดิมในต่างประเทศ

การที่เบอร์โทรศัพท์ของเราสามารถใช้งานภายนอกประเทศได้นั้นมาจากการขอใช้สัญญาณโทรศัพท์ที่อยู่ในประเทศนั้น ๆ ให้รองรับการใช้งานของเลขหมายโทรศัพท์นั้น ๆ ด้วยวิธีการที่มีผู้ให้บริการหลายเจ้าทำให้เกิดค่าใช้จ่ายที่แพงขึ้นการใช้งานโทรศัพท์ในต่างประเทศโดยใช้เบอร์โทรศัพท์เบอร์เดิมแบบนี้เราเรียกว่า โรมมิ่ง (Roaming)

Roaming

Roaming ช่วยให้การโทรศัพท์หากันขณะอยู่ต่างประเทศสะดวกขึ้น

ในประเทศไทยเราเคยเกิดปัญหาค่าใช้จ่ายในการใช้งานบริการโรมมิ่งกันมาแล้วโดยผู้ใช้งานไม่ได้ปิดบริการโรมมิ่งเมื่อเดินทางไปต่างประเทศเมื่อกลับมาประเทศไทยก็ได้รับบิลค่าใช้จ่ายรวมล้านกว่าบาทเลยทีเดียว ด้วยสาเหตุนี้ทำให้ภาครัฐมีการรณรงค์สำหรับผู้ที่เดินทางไปต่างประเทศให้ปิดบริการโรมมิ่ง หรือว่าจำเป็นต้องใช้งานโรมมิ่งก็ให้ศึกษาค่าใช้จ่ายและบริการจากเจ้าของค่ายมือถือที่ใช้งานอยู่ เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัวนั่นเอง

โรมมิ่ง (Roaming) คืออะไร
จากที่กล่าวไปแล้วว่าโรมมิ่งคือการที่เบอร์โทรศัพท์ประเทศหนึ่งต้องการใช้งานในต่างประเทศจะต้องให้ผู้บิรการคลื่นโทรศัพท์ในประเทศนั้น ๆ กับผู้บริการคลื่นโทรศัพท์ในประเทศที่เป็นเจ้าของเบอร์โทรศัพท์นั้นทำการเชื่อมต่อและส่งสัญญาณหากันเพื่อให้เบอร์โทรศัพท์ที่นำไปใช้สามารถใช้งานได้เหมือนกับการใช้งานในประเทศนั้นเอง

Roaming

Roaming เหมาะกับผู้ที่เดินทางบ่อยหรือนักธุรกิจที่ต้องเดินทางต่างประเทศเป็นประจำ

โรมมิ่ง (Roaming) แบ่งออกเป็น 2 ประเภทด้วยกันคือ
1. โรมมิ่งในต่างประเทศ (International Roaming) การเดินทางไปใช้งานดรมมิ่งในต่างประเทศนั้นจำเป็นอย่างมากที่จะต้องแจ้งเจ้าของค่ายเบอร์โทรศัพท์ที่เราใช้งานอยู่เสมอ เพื่อจะได้ทราบอัตราค่าบริการในการใช้งานโรมมิ่งว่ามีอัตราการใช้งานเท่าไรเพราะในแต่ละประเทศจะมีการอัตราการใช้งานที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับบริการของผู้ให้บริการในประเทศนั้น ๆ

2. โรมมิ่งภายในประเทศ (Local Roaming) การโรมิ่งประเภทนี้ผู้ใช้บริการจะไม่เสียค่าใช้จ่ายในการโรมมิ่งเพราะเป็นบริการที่ผู้ให้บริการคลื่นความถี่โทรศัพท์จะต้องให้บริการอยู่แล้ว ซึ่งหลักการทำงานของการโรมมิ่งในประเทศนั้นจะใช้งานก็ต้องเมื่อเลขหมายโทรศัพท์ของค่ายหนึ่งอยู่ห่างจากเสาส่งสัญญาณของตัวเองจนให้บริการไม่ได้ โทรศัพท์ก็จะทำการค้นหาเสาส่งสัญญาณที่ใกล้ที่สุดซึ่งจะเป็นเสาส่งสัญญาณของค่ายอื่นๆก็ได้ เพื่อทำการเชื่อมต่อสัญญาณให้เบอร์โทรศัพท์นั้นสามารถใช้งานได้ตามปกติ
วิธีประหยัดเมื่อเดินทางไปต่างประเทศ

การใช้งานโรมมิ่งนั้นมีค่าใช้จ่ายที่สูง ไม่ว่าจะเป็นค่าโทร ค่าอินเตอร์เน็ต หรือค่าใช้จ่ายในการส่งข้อความเรียกได้ว่าการใช้งานโทรศัพท์ทุกอย่างจะมีค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นการประหยัดในการใช้งานโทรศัพท์ในต่างประเทศก็มีอยู่หลายวิธีด้วยกันคือ

1. การใช้เบอร์โทรศัพท์ของประเทศที่เราเดินทางไปซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายในการโทรเข้ารับสายและเล่นอินเตอร์เน็ตที่ถูกกว่าการใช้งานโรมมิ่ง
2. การใช้ไวไฟ (Wifi) อินเตอร์เน็ตไวไฟที่ใช้งานฟรีในโรงแรมหรือที่พักระหว่างไปอยู่ต่างประเทศนั้นจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการสื่อสารได้เป็นอย่างดีเพราะอินเตอร์เน็ตนั้นสามารถโทรและรับสายพร้อมกับส่งข้อความได้ด้วยนั้นเอง

-------------- advertisements --------------

-------------- advertisements --------------

Comments

Scroll To Top