USB OTG คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร ต่างจาก USB ปกติอย่างไร

การเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์นั้นมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เป็นพอร์ต serial ซึ่งเป็นช่องทางแรก ๆในการเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ หลังจากนั้นก็มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มีการโอนถ่ายข้อมูลได้รวดเร็วขึ้นเป็นลำดับ ซึ่งในปัจจุบันนี้มีทั้งแบบ USB ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ซึ่งการเชื่อมต่ออุปกรณ์กับคอมพิวเตอร์โดยทั่วไปนั้นจะเป็นการเชื่อมต่อโดยทำให้คอมพิวเตอร์กลายเป็น Host และอุปกรณ์ที่ต่อกลายเป็น Slave ซึ่ง host สามารถควบคุม Slave ได้ แต่ Slave ไม่สามารถควบคุม host ได้

————– advertisements ————–

ซึ่งในปัจจุบันนี้โทรศัพท์มือถือได้มีการพัฒนาให้สามารถเทียบเท่ากับคอมพิวเตอร์ โดยการเชื่อมต่อกับสาย USB ปกตินั้นมือถือจะกลายเป็น Slave แต่ถ้าต้องการจะให้มือถือกลายเป็น host นั้นเราจะต้องใช้สาย USB แบบ On-The-Go (USB-OTG)

สาย USB แบบธรรมดา แตกต่างอย่างไรกับสาย USB OTG
หลายคนคงจะสงสัยว่าสายทั้ง 2 แบบแตกต่างกันอย่างไร สายทั้งสองแบบมีความแตกต่างกันอยู่ที่ขาในการเชื่อมต่อซึ่งถ้าเป็นสาย USB แบบธรรมดานั้นจะมีเพียง 4 ขาเท่านั้นโดยเราต้องหงายรู 2 รูที่เจาะไว้เข้าหาตัวเองและสายUSB จะหันเข้าหาตัว ขาแรกทางซ้ายมือเรานับเป็นขาที่ 1
โดยมีขาที่ 1 VCC + ซึ่งเป็นขาที่ไว้จ่ายพลังงานให้กับอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ โดยพลังงานไฟฟ้านี้จะส่งมาจากคอมพิวเตอร์ซึ่งมีกำลังไฟอยู่ประมาณ 5 V
ขาที่ 2 จะเป็นขาในการส่งข้อมูลเรียกว่า D+ ซึ่งเป็นสายนำสัญญาณ
ขาที่ 3 จะเป็นขาในการส่งสัญญาณแบบกลับลอจิก (Invert)เราเรียกว่า D-
ขาที่ 4 ขา Gnd ซึ่งเป็นขากราว์ของสาย USB

แต่สาย USB OTG นั้นแตกต่างจากสาย USB แบบธรรมดาก็เพราะว่าจะมีขาทั้งหมด 5 ขา เริ่มจาก
ขาที่ 1 เป็นขา VCC + มีไฟไปเลี้ยงประมาณ 5 V
ขาที่ 2 เป็นขา D- ส่งสัญญาณสัญญาณแบบกลับลอจิก (Invert)
ขาที่ 3 เป็น D+ ส่งสัญญาณเข้าออกเป็นสายที่ไว้นำสัญญาณ
ขาที่ 4 เป็น ID ซึ่งขานี้เป็นขาที่มีความแตกต่างที่ทำให้ USB OTG นั้นแตกต่างจากขา USB แบบปกติก็เพราะว่าขานี้จะเป็นตัวกำหนดให้มือถือจะเป็น Host หรือเป็น Slave ถ้าขาID มีการเชื่อมต่อกับขา Gnd จะทำให้มือถือกลายเป็น Host แต่ถ้าขา ID ไม่มีการเชื่อมต่อกับ Gnd มือถือที่เชื่อมต่อจะกลายเป็น Slave

USB OTG

ตัวอย่างสาย USB OTG

นอกจากความแตกต่างทางรูปลักษณะที่มีจำนวนขาแตกต่างกันแล้วสาย USB OTG ยังมีความสามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้กับมือถือแอนดรอย์ได้อีกด้วย นักพัฒนาระบบแอนดรอย์ได้มีความคิดจะนำเอาอุปกรณ์ภายนอกมาเชื่อมต่อกับมือถือแอนดรอย์ที่ช่วยให้การทำงานของมือถือในระบบแอนดรอย์นั้นสะดวกมากยิ่งขึ้น โดยแอนดรอย์รุ่น Android 3.1 (Honeycomb MR1) ซึ่งมีการเปิดตัวให้มีความสามารถของ USB HOST เข้ามาด้วย ซึ่งการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอกนั้นจำเป็นต้องใช้กับสาย USB OTG นั่นเอง

แต่การเชื่อมต่อทั่วไปสำหรับอุปกรณ์นั้นจำเป็นต้องทำให้มือถือรู้จักอุปกรณ์นั้นก่อนหรือที่เราเรียกว่า Driver นั่นเอง โดยผู้ที่พัฒนาแอนดรอย์ได้คิดถึงเรื่องนี้ไว้แล้ว จึงได้สร้าง USB Host API ขึ้นมาเพื่อรองรับอุปกรณ์ภายนอกให้สามารถมาเชื่อมต่อและใช้งานได้ทันที

มือถือระบบแอนดรอย์(Android) นั้นสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอกได้หลากหลายแบบเริ่มจาก
1. คีย์บอร์ด (Keyboard) เมื่อเสียบเข้าไปยังมือถือระบบแอนดรอย์ ระบบจะมองคีย์บอร์ดเป็น Hardware Keyboard ทันที แต่ในปัจจุบันระบบยังไม่รองรับภาษาไทย ซึ่งถ้าจะพิมพ์ภาษาไทยเราจะเป็นต้องโหลดแอพมาเสริม อาทิเช่น Hardware Thai Keyboard ของ Gadgetdoor หรือ 9420 Keyboard ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถพิมพ์ไทยจากคีย์บอร์ดที่ทำการเชื่อมต่อได้
2. เมาส์ (Mouse) เมื่อเสียบเมาส์เข้าไปแล้วจะปรากฏเคอเซอร์(Cursor)บนหน้าจอมือถือ ซึ่งเคอเซอร์นี้เองที่จะทำงานเปรียบได้กับนิ้วของเรา ที่จะเลือกหรือสัมผัสบนหน้าจอนั่นเอง
3. จอยเกมส์ (Gamepad) เมื่อเสียบเข้าไปเราสามารถใช้จอยเกมส์เล่นเกมได้เลยแต่เกมที่รองรับการเล่นเกมผ่านจอยเกมส์นั้นยังมีไม่มากนักเราสามารถเช็คว่าเกมไหนรองรับการทำงานด้วยจอยเกมส์ได้ที่ http://androidgamepadgames.com/
4. Ethernet network adapter ซึ่งอุปกรณ์นี้จะเป็นอุปกรณ์ที่ทำให้มือถือแอนดรอย์สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตกับระบบ LAN ภายในอาคารได้
5. AirCard เป็นอุปกรณ์ที่สามารถทำให้มือถือรับอินเตอร์เน็ตผ่านไวไฟ (Wi-Fi) ได้
6. USB Hub เป็นอุปกรณ์ที่สามารถทำให้มือถือรองรับอุปกรณ์ภายนอกได้เยอะขึ้นเหมือนกับ USB Hubในคอมพิวเตอร์นั่นเอง

USB OTG

ตัวอย่างการต่อพ่วงมือถือกับอุปกรณ์อื่นๆด้วย USB OTG

แต่ก็มีบ้างอุปกรณ์เหมือนกันที่ต้องใช้แอพพลิเคชั่นในการเชื่อมต่อโดยเราสามารถหาโหลดได้จาก Google play โดยอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องมีแอพพลิเคชั่นในการเชื่อมต่อก็มี
1. Flash Drive (Thumb Drive) ซึ่งแอพที่จะต้องโหลดเพื่อทำการเชื่อมต่อก็มีแอพ ES File Explorer, Paragon หรือ Nexus Media Importer แต่มือถือบางรุ่นก็มีแอพพลิชั่นมารองรับการเชื่อมต่อกับแฟลซไดรว์แล้วเหมือนกัน อาทิ มือถือซัมซุง(Samsung) โดยมือถือซัมซุงไม่จำเป็นต้องลงแอพพลิเคชั่นเพิ่มเติมในการเชื่อมต่อแฟลซไดรว์
2. Card Reader ต้องใช้แอพพลิเคชั่นเดียวกับ Flash Drive ในการเชื่อมต่อ
3. External Hard Drive ต้องใช้แอพพลิเคชั่นเดียวกับ Flash Drive ในการเชื่อมต่อเหมือนกับ Card Reader
4. อุปกรณ์ PTP ซึ่งเป็นการโอนถ่ายข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ต่ออุปกรณ์ อาทิ มือถือต่อมือถือ
5. Printer สาย USB OTG สามารถที่จะเชื่อมต่อกับเครื่องพิพม์เพื่อพิมพ์เอกสารหรือรูปภาพที่อยู่ในมือถือได้
6. กล้อง DSLR มือถือระบบแอนดรอย์ยังสามารถเชื่อมต่อกับกล้อง DSLRได้อีกด้วยโดยสามารถควบคุมการทำงานได้ด้วย ซึ่งกล้องจาก Cannon สามารถใช้งานในส่วนนี้ได้โดยต้องโหลดแอพ DSLR Controller (BETA) มาก่อนถึงจะใช้งานได้

ซึ่งอุปกรณ์ที่บอกมานั้นเป็นเพียงอุปกรณ์บ้างส่วนที่ใช้งานกับมือืถอระบบแอนดรอย์ได้ เพียงเรามีสาย USB OTG ก็สามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้กับมือถือระบบแอนดรอย์ได้แล้ว แต่ถึงกระนั่นไม่ใช่ว่ามือถือระบบแอนดรอย์จะใช้งานกับ USB OTG ได้ทุกเครื่อง เราต้องเช็คว่า Software และ Hardware นั้นรองรับด้วยหรือไม่ ซึ่งเราสามารถเช็คจากผู้ผลิตว่ามือถือระบบแอนดรอย์รุ่นนั้น รองรับการทำงานแบบ USB OTG หรือเปล่า

-------------- advertisements --------------

-------------- advertisements --------------

Comments

Scroll To Top