advertisements
loading...

ไพล ประโยชน์และสรรพคุณของไพล

ไพล (Phlai, Cassumunar ginger, Bengal root) เป็นพืชสมุนไพรจำพวกเหง้า ที่มีชื่อเรียกตามท้องถิ่นต่างๆ เช่น ภาคเหนือเรียกปูลอย, ปูเลย หรือว่านไฟ เป็นต้น ซึ่งต้นไพลนี้เป็นพืชที่มีกลิ่นเฉพาะตัว โดยมีแหล่งกำเนิดอยู่ในเอเชีย อาทิ ไทย, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย และอินเดีย โดยในบ้านเรามักพบปลูกกันมากที่จังหวัดสระแก้ว, สุพรรณบุรี, กาญจนบุรี และปราจีนบุรี

————– advertisements ————–

ลักษณะทั่วไปของไพล
สำหรับไพลนั้นจัดเป็นพืชล้มลุกที่มีความสูงของลำต้นประมาณ 0.7 – 1.5 เมตร โดยเป็นพืชที่มีเหง้าอยู่ใต้ดิน มีเปลือกสีน้ำตาลอมเหลือง สามารถขยายพันธุ์ได้โดยการใช้เมล็ด หรือเหง้า และแง่ง ส่วนใบของต้นไพลนี้จะมีลักษณะออกเป็นใบเดี่ยวรูปทรงขอบขนาน ส่วนดอกจะมีสีนวลๆ พร้อมใบประดับสีม่วง ซึ่งจะมีการออกดอกเป็นช่อโดยแทงจากเหง้าใต้ดินขึ้นมา และผลจะเป็นผลแห้งลูกกลม ๆ

เหง้า หรือ หัวไพล

 

ต้นและใบไพล

 

ไพลผง

ประโยชน์และสรรพคุณของไพล
ใบ – ช่วยแก้อาการปวดเมื่อยตามเนื้อตัว และแก้อาการครั่นเนื้อครั่นตัว ให้รสชื่นเอียน
ดอก – ช่วยแก้อาการช้ำใน รวมทั้งช่วยกระจายลิ่มเลือดที่เป็นลิ่มเป็นก้อน ตลอดจนช่วยทำลายเลือดเสีย และขับประจำเดือน อีกทั้งยังช่วยกระจายเลือดที่เกิดแต่อภิญญาณธาตุ ให้รสชื่น
ต้น – ช่วยแก้อาการธาตุพิการ หรืออุจจาระพิการ ให้รสฝาดชื่นเอียน
ราก – ช่วยแก้อาการอาเจียนเป็นเลือด และช่วยแก้อาการเลือดกำเดาไหลออกทางปากและจมูก ให้รสชื่นเอียน
เหง้า – ช่วยแก้อาการเหน็บชา แก้ปวดท้อง แก้บิดมูกเลือด ตลอดจนช่วยขับเลือดประจำเดือน ขับลม แก้อาการท้องเสีย หรือโรคลำไส้อักเสบ รวมทั้งอาการปวดฟัน หรืออาเจียนเป็นเลือด อีกทั้งยังช่วยแก้ไข้ในเด็ก แก้อาการเคล็ดขัดยอก หรือโรคผิวหนัง และป้องกันการติดเชื้อต่าง ๆ ตลอดจนอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ช่วยดูดหนอง และสมานบาดแผล เป็นยาชาเฉพาะที่ ให้รสฝาดชื่นเอียน

ดอก

ซึ่งพืชสมุนไพรอย่างไพลนั้นจัดเป็นพืชที่มีประโยชน์อย่างยิ่ง แต่ทั้งนี้ไม่ควรรับประทานในปริมาณสูงหรือรับประทานติดต่อกันนานจนเกินไป เพราะอาจเกิดอันตรายเป็นพิษต่อตับได้ รวมทั้งไม่ควรนำมาใช้กับบริเวณผิวหนังที่มีบาดแผลหรือบริเวณขอบตา ตลอดจนสตรีมีครรภ์ หรือผู้ที่อยู่ในระหว่างการให้นมลูกควรหลีกเลี่ยง

-------------- advertisements --------------

-------------- advertisements --------------

Comments

Scroll To Top