advertisements
loading...

โรคอีสุกอีใส สาเหตุ อาการ การป้องกัน และการรักษาโรคอีสุกอีใส

หากเอ่ยถึงโรคอีสุกอีใส เชื่อว่าคงไม่มีใครที่ไม่รู้จัก เพราะต่างต้องเคยสัมผัสกันมาแล้วอย่างแน่นอน โดยเฉพาะในวัยเด็กที่หลาย ๆ คนมักเป็นกันมาแล้ว ซึ่งโรคอีสุกอีใส (Chickenpox) นั้นเกิดจากเชื้อไวรัสวาริเซลลา (Varicella virus) ซึ่งเป็นชนิดเดียวกับที่ก่อให้เกิดโรคงูวัด ที่จะเข้าแทรกซ้อนขณะที่ภูมิต้านทานร่างกายอ่อนแอ จึงมักเกิดในวัยเด็กเนื่องจากร่างกายมีภูมิต้านทานน้อยนั่นเอง

————– advertisements ————–

สาเหตุของโรคอีสุกอีใสและการติดต่อ
– เกิดจากไวรัสวาริเซลลา ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสกลุ่มเดียวกับโรคงูสวัด
– สามารถติดต่อได้โดยการสัมผัสสิ่งของเครื่องใช้ต่อจากผู้ที่ติดเชื้อ ได้แก่ ผ้าเช็ดตัว, เสื้อผ้า, หมอน หรือที่นอน เป็นต้น
– สามารถติดต่อจากการสัมผัสตุ่มน้ำของผู้ติดเชื้อโดยตรง
– เกิดจากการสูดหายใจเอาละอองของตุ่มน้ำของผู้ติดเชื้อ ผ่านเข้าทางเยื่อเมือก

โรคอีสุกอีใส

เชื้อไวรัสวาริเซลลา สาเหตุของโรคอีสุกอีใส ถึงแม้จะหายได้เอง แต่ก็สร้างความทรมานและทิ้งร่องรอยไว้อีกนานหลายปี

อาการของโรคอีสุกอีใส
– หลังจากรับเชื้อเข้าสู่ร่างกายประมาณ 10 – 20 วัน จะมีอาการไข้ต่ำ ๆ ในเด็ก หากเป็นในผู้ใหญ่จะมีไข้ขึ้นสูง ร่วมกับอาการปวดเมื่อยครั่นเนื้อครั่นตัวตามร่างกายคล้ายอาการของโรคหวัด
– รู้สึกเบื่ออาหาร
– อ่อนเพลีย
– เกิดเป็นผื่นแดงๆ ขึ้น ร่วมกับการมีไข้ในวันแรก
– ต่อมาตุ่มนั้นจะเริ่มกลายเป็นตุ่มนูนขึ้น พร้อมกับเป็นน้ำใสๆ ลามไปทั่วร่างกาย ทั้งไรผม ใบหน้า ลำตัว และแผ่นหลัง ร่วมกับอาการคัน
– ในบางรายอาจเกิดตุ่มใสขึ้นในปากทำให้ลิ้นและปากเปื่อย และเจ็บคอ
– ต่อมาตุ่มที่ขึ้นจะเริ่มตกสะเก็ดคล้ายหยดน้ำ และเมื่อตุ่มโตก็จะกลายเป็นตุ่มหนอง
– หลังจากนั้นตุ่มก็จะค่อย ๆ ยุบและแห้ง เป็นสะเก็ดรอหลุด แต่ในบางรายอาจมีอาการรุนแรงและไม่หายง่าย ๆ

โรคอีสุกอีใส

ผู้เป็นโรคอีสุกอีใส จะเกิดตุ่มแดง ๆ ขึ้นทั่วตัว ทุกส่วนของร่างกาย

วิธีการรักษาและป้องกันโรคอีสุกอีใส
– หากมีไข้ขึ้นสูงให้รับประทานยาพาราเซตามอล ไม่ควรรับประทานยาแอสไพริน เนื่องจากมีอันตรายต่อตับและสมอง ทำให้อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้
– ดื่มน้ำมากๆ และไม่รับประทานอาหารที่แสลง
– หมั่นตัดเล็บให้สั้น และหลีกเลี่ยงการแกะหรือเกาแผล
– อาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาด
– รับประทานยาเขียว เพื่อป้องกันการเกิดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนขึ้นในร่างกาย
– ฉีดวัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใส

โรคอีสุกอีใส

การไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกัน เป็นการป้องกันโรคอีสุกอีใสได้ดีอีกวิธีหนึ่ง

แม้ว่าโรคอีสุกอีใสนี้จะเป็นโรคที่สามารถหายเองได้ก็ตาม แต่ทางที่ดีหากเป็นแล้วควรไปพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยและรักษา เพื่อให้โรคหายเร็วขึ้นและไม่เกิดอาการแทรกซ้อนที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายนั่นเอง

-------------- advertisements --------------

-------------- advertisements --------------

Comments

Scroll To Top