advertisements
loading...

โรคห่าคืออะไร เกิดจากอะไร เป็นแล้วตายจริงหรือ?

โรคห่า ชื่อนี้คงคุ้นหูคนไทยทุกคนเป็นอย่างดี บางคนอาจจะแค่คุ้นหู บางคนอาจจะคุ้นตาหรือเคยเห็นผู้ป่วยโรคนี้มาแล้ว อีกทั้งในอดีตโรคนี้ยังคร่าชีวิตคนไทยนับหมื่นคนต่อปี และหลายสิบล้านคนทั่วโลก วันนี้เราจะมาทำความรู้จักโรคนี้กันครับ…

————– advertisements ————–

โรคห่าคืออะไร
โรคห่า คือ อหิวาตกโรค นั่นเอง เป็นโรคติดต่อร้ายแรงที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย Vibrio cholerae ที่ลำไส้เล็ก ทำให้เกิดอาการท้องร่วงอย่างรุนแรง ร่วมกับอาการอาเจียน ทำให้ร่างกายขาดน้ำอย่างรุนแรง ผู้ป่วยจะมีอาการผอมแห้งและเสียชีวิตในเวลาไม่นาน เชื้อแบคทีเรีย Vibrio cholerae นี้ สามารถแพร่กระจายและระบาดได้อย่างรวดเร็วทั้งทางน้ำ ดิน และอากาศ ทำให้เกิดการติดเชื้อและมีผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมากในเวลาอันสั้น ซึ่งคนไทยมักจะเรียกการระบาดชนิดนี้ว่า “ห่าลง

เชื้อโรคห่า

เชื้อแบคทีเรีย Vibrio cholerae ต้นเหตุของโรคห่า หรือ อหิวาตกโรค

ในอดีต การแพทย์และสาธารณะสุขของไทยยังไม่เจริญ การขับถ่ายไม่ได้ทำในส้วม อาหารการกินก็ไม่ค่อยสะอาดและถูกสุขลักษณะมากนัก ทำให้เมื่อเกิดการระบาดแต่ละครั้งจะมีคนตายจำนวนมาก และควบคุมการระบาดไม่ได้ มีประวัติระบุว่าโรคห่าหรืออหิวาตกโรคนี้ เริ่มระบาดมาตั้งแต่เริ่มตั้งกรุงศรีอยุธยาแล้ว และระบาดต่อเนื่องกันมาแทบจะทุกปี โดยแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตหลายหมื่นคน และระบาดต่อเนื่องมาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ ครั้งที่ระบาดหนักสุดคือเมื่อปี พ.ศ.2392 มีผู้เสียชีวิตจาก “ห่าลง” ถึง 40,000 คน จนมีคำเรียกขานกันว่า “ห่าลงปีระกา

ผู้ป่วยโรคห่า

ผู้ป่วยโรคห่า จะมีอาการขาดน้ำอย่างรุนแรง อันเนื่องมาจากอาการท้องร่วงและอาเจียนอย่างต่อเนื่อง

ผลจากห่าลงปีระกานี้ ทำให้แต่ละวัดมีงานล้นมือ กล่าวคือ มีศพให้เผากันทุกวัน ๆ ละหลายร้อยศพ บางคนก็แอบเอาศพทิ้งลงแม่น้ำลำคลอง (ซึ่งยิ่งทำให้การแพร่ระบาดของโรคห่าหนักขึ้นไปอีก เพราะคนโบราณต้องดื่มกินและอาบน้ำในแม่น้ำลำคลองเหล่านั้น) บางวัดก็มีศพมากจนเผาไม่ทัน ต้องกองเอาไว้เป็นภูเขาเลากา จนนกแร้งมารุมทึ้งกินศพจนเหลือแต่กระดูก วัดที่มีแร้งลงกินศพมากที่สุด และได้รับการกล่าวถึงมากที่สุดคือ วัดสระเกศ นั่นเอง … หลายคนคงถึงบางอ้อกับตำนานคำว่า อีแร้งวัดสระเกศ เพราะชื่อนี้มีที่มาจากเหตุนี้นั่นเอง

โรคห่า

ภาพถ่ายแสดงให้เห็นผลของการระบาดของโรคห่า ศพถูกทิ้งเกลื่อนกลาด อีแร้งมากมายมารุมกินศพจนเหลือแต่กระดูก

ต่อมาเมื่อการสาธารณะสุขดีขึ้น ประชาชนรู้จักกินอาหารที่สะอาด ขับถ่ายเป็นที่เป็นทาง เลิกทิ้งศพและของเน่าเสียลงน้ำ รวมถึงเริ่มมีน้ำประปาใช้ และเริ่มมียาปฏิชีวนะรักษาโรคอหิวา การระบาดของโรคนี้ก็ลดลงเป็นอย่างมาก ถึงจะยังไม่หายขาดไปจากประเทศไทย แต่ก็สามารถพูดได้ว่าเราไม่พบการระบาดครั้งใหญ่มานานมากแล้ว

ดังนั้น ถ้าไม่ต้องการติดเชื้อโรคห่า ต้องรับประทานอาหารที่ปรุงสุกและสะอาด รวมถึงดื่มน้ำที่สะอาดด้วย (อย่าคิดว่าน้ำอะไรก็ดื่มได้) และถ้ามีอาการท้องเสีย/ท้องร่วงรุนแรง ถ่ายเหลวเป็นน้ำ อย่าปล่อยทิ้งไว้ หรือหายากินเอง ต้องรีบไปพบแพทย์จะปลอดภัยที่สุด…

-------------- advertisements --------------

-------------- advertisements --------------

Comments

Scroll To Top