เมล็ดเจีย ประโยชน์และสรรพคุณของเมล็ดเจีย หรือเมล็ดเชีย

เมล็ดเจีย หรือ เมล็ดเชีย สิ่งเล็กๆที่ไม่ควรมองข้าม

หากเอ่ยถึงเรื่องสุขภาพแน่นอนว่าสมัยนี้ผู้คนต่างรักและห่วงใยในสุขภาพกันมากขึ้น ทำให้มีการศึกษาวิจัยเรื่องอาหาร อาหารเสริมหรือธัญพืชต่างๆขึ้นมามากมาย รวมทั้งเมล็ดเจียหรือที่บางคนเรียกว่าเมล็ดเชีย ซึ่งเจ้าเมล็ดที่ว่านี้ถึงจะมีรูปร่างเล็กเหมือนเมล็ดแมงลักแต่คุณประโยชน์ไม่เล็กเลย วันนี้เราจะมาทำความรู้จักเจ้าเมล็ดเจียโดยละเอียดกัน…

————– advertisements ————–

ลักษณะและความเป็นมาของเมล็ดเจีย (หรือเมล็ดเชีย)
เมล็ดเจียหรือเมล็ดเชีย (Chia Seed) นั้น จัดเป็นพืชในกลุ่มเครื่องเทศตระกูลเดียวกับมินต์หรือกะเพรา มีถิ่นกำเนิดทางตอนกลางและใต้ของประเทศเม็กซิโก และกัวเตมาลา เป็นพืชที่มาอายุมากกว่า 3,500 ปีก่อนคริสตกาล จัดเป็น Super Food ระดับโลกเลยทีเดียว เป็นพืชที่นิยมรับประทานกันทั่วโลกด้วยเพราะขึ้นชื่อในด้านการลดน้ำหนักและประโยชน์มหาศาลที่อยู่ในเมล็ดเล็กๆนี้

เมล็ดเจีย

เมล็ดเจียมีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Salvia Hispanica L. ลำต้นสูงประมาณ 4 – 6 ฟุต มีสีดำและสีขาว เจริญเติบโตได้ดีในสภาพอากาศหนาวเย็น นิยมปลูกมากในทวีปอเมริกา เป็นเม็ดเล็กๆเปลือกนอกสามารถพองตัวได้เหมือนเม็ดแมงลัก ส่วนในประเทศไทยจังหวัดที่สามารถปลูกได้คือ ลำปางและกาญจนบุรี เป็นต้น ด้วยลักษณะของเมล็ดเจียที่ดูเผินๆอาจคิดว่าเป็นเม็ดแมงลัก ซึ่งในความจริงเป็นพืชคนละชนิดกัน สามารถสังเกตได้คือเมล็ดเจียนั้นจะเรียวรี สีน้ำตาลเทา เมื่อแช่น้ำจะพองตัวมีลักษณะใส ส่วนเม็ดแมงลักนั้นจะมีสีดำเข้ม แช่น้ำแล้วจะพองตัวลักษณะเป็นเมือกสีขาวขุ่น

นอกจากนี้ในเมล็ดเจียที่เห็นเมล็ดเล็กๆอย่างนี้ แต่แทบไม่น่าเชื่อเลยว่าอัดแน่นไปด้วยคุณค่าทางอาหารไว้ข้างในอย่างมากมาย ได้แก่ โปรตีน พลังงาน น้ำ ไขมัน คาร์โบไฮเดรต ไฟเบอร์ แคลเซียม เหล็ก แมกนีเซียม โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส ซิงก์ โซเดียม วิตามินเอ วิตามินบี 1 ถึงบี 3 และบี 6 ตลอดจนโฟเลต กรดไขมันอิ่มตัวและไม่อิ่มตัว เป็นต้น ที่สำคัญในเมล็ดเจียนี้ยังได้ชื่อว่าเป็นตัวช่วยลดน้ำหนักได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย นับได้ว่าเมล็ดเจียเป็นทั้งพืชอาหารและพืชสมุนไพรไปพร้อมกันในตัว

Ads by AdsOptimal

เมล็ดเจียเพียง 1 ออนซ์ (28 กรัม) อุดมด้วยสารอาหาร ดังต่อไป

  • พลังงานทั้งหมด 137 kcal
  • พลังงานจากคาร์โบไฮเดรต 50 kcal
  • พลังงานจากไขมัน 72.1 kcal
  • พลังงานจากโปรตีน 15.2 kcal
  • คาร์โบไฮเดรตทั้งหมด 12.3 กรัม
  • โปรตีน 4.4 กรัม
  • เส้นใยอาหาร 10.6 กรัม
  • ไขมันทั้งหมด 8.6 กรัม
  • ไขมันอิ่มตัว 0.9 กรัม
  • ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว 0.6 กรัม
  • ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน 6.5 กรัม
  • กรดไขมันโอเมก้า3 4915 กรัม
  • กรดไขมันโอเมก้า6 1620 กรัม
  • แคลเซี่ยม 177 มิลลิกรัม
  • ฟอสฟอรัส 265 มิลลิกรัม
  • โพแทสเซียม 44.8 มิลลิกรัม
  • โซเดียม 5.3 มิลลิกรัม
  • สังกะสี 1.0 มิลลิกรัม
  • ทองแดง 0.1 มิลลิกรัม
  • แมงกานีส 10.6 กรัม
  • คอเลสเตอรอล 0.0 มิลลิกรัม
  • น้ำ 1.4 กรัม
  • เถ้า(ash) 1.4 กรัม

ที่มา : http://www.seedguides.info/chia-seeds/

chia002

จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นได้ว่าเมล็ดเจียนั้นมีสารอาหารดีๆอยู่มากมายเช่น

  • มีโอเมก้า3 มากกว่าปลาแซลมอนถึง 8 เท่า(เทียบที่น้ำหนักเท่ากัน)
  • มีแมกนีเซียมเป็น 15เท่าของบล็อกโคลี่
  • มีแคลเซียมเป็น 5เท่าของนม
  • มีธาตุเหล็กมากเป็น 3เท่าของผักโขม
  • มี แอนตี้ออกซิแดนท์มากเป็น 3เท่าของบลูเบอร์รี่
  • ฯลฯ

คุณค่าทางอาหารของเมล็ดเจีย
– ช่วยทำให้หัวใจแข็งแรง
– ช่วยให้บาดแผลหายเร็ว ไม่ติดเชื้อจากบาดแผลง่ายๆ
– ทำให้ห่างไกลจากโรคเบาหวานประเภท 2
– ช่วยบำรุงสมองและความจำ
– ป้องกันโรคกระดูกพรุน
– ช่วยให้ระบบเผาผลาญพลังงานในร่างกายดีขึ้น
– ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในร่างกายให้เป็นปกติ
– ช่วยให้ระบบย่อยทำงานได้ดีขึ้น พุงไม่ป่อง ท้องไม่ผูก
– ช่วยให้อารมณ์ของเราดีขึ้น
– ช่วยให้ดูอ่อนกว่าวัย (ช่วยให้หน้าเด็ก)

เมล็ดเจียกับการรับประทาน
การรับประทานเมล็ดเจียนั้นสามารถรับประทานได้ทั้งแบบอาหารคาว อาหารหวาน หรือจะทำเป็นเครื่องดื่มก็ได้ อาจใส่ทานกับสลัดผัก สปาเกตตี้ หรือพวกพิซซ่า ก๋วยเตี๋ยว ก็ได้ ตลอดจนโรยหน้าไอศกรีม โยเกิร์ต ซีเรียลอาหารเช้า หรือแม้กระทั่งใส่ในน้ำผลไม้ ชาหรือกาแฟได้อีกสารพัดตามใจชอบ

เมล็ดเจียลดอ้วนได้จริงหรือ?
– เมล็ดเจียจะช่วยดูดซึมของเหลว อุดมด้วยไฟเบอร์ที่ละลายน้ำได้ เมื่อทานเข้าไปจะไปพองตัวในกระเพาะทำให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้นนั่นเอง คล้ายกับเม็ดแมงลัก ที่คนไทยรู้จักกันอย่างดีว่าช่วยในการลดน้ำหนักได้
– ไฟเบอร์จะค่อยๆ ถูกย่อยไปทีละน้อย ทำให้เรารู้สึกอิ่มทนนาน ไม่หิวเร็ว
– เมล็ดเจียช่วยลดน้ำหนักได้ดีเยี่ยมสำหรับคนที่ชอบรับประทาน ช่วยคงคุณค่าของสารอาหารไว้
– ข้อดีและเด่นที่สุดของเมล็ดเจียในการลดน้ำหนักก็คือ ปกติเวลาที่เราลดน้ำหนัก เราจะทานอาหารน้อยกว่าปกติ ทำให้เราได้สารอาหารที่มีประโยชน์น้อยลงไปด้วย อาจทำให้ร่างกายขาดสารอาหารดีๆที่จำเป็นในการดำรงชีวิต แต่ในเมล็ดเจียที่ได้ชื่อว่าเป็น super food นั้นมีสารอาหารดีๆมากมาย ทำให้ร่างกายเราขาดแคลนสารอาหารที่จำเป็นน้อยลง แต่ทางที่ดีก็ต้องทานอาหารที่มีสารอาหารทั่วๆไปควบคู่ไปด้วย

เมล็ดเจียไม่เหมาะกับใคร?
– ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาในระบบกระเพาะอาหารและลำไส้
– ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคแพ้โปรตีนในธัญพืช (กลูเตน)
– ไม่เหมาะกับผู้ที่ทำศัลยกรรม และประวัติแพ้ยาแอสไพริน
– ในผู้ชายหากรับประทานมากเกินไปอาจเสี่ยงต่อโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก
– ไม่เหมาะกับผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์
– ไม่ควรรับประทานติดต่อกันเป็นเวลานาน
– ไม่เหมาะกับผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตต่ำ เพราะอาจทำให้ช็อกหรือหมดสติไปได้
– ไม่ควรรับประทานร่วมกับวิตามินบี 17 ติดต่อกันนานเกินไป เพราะอาจสะสมเป็นสารพิษขึ้นในร่างกายก่อเกิดโรคมะเร็งได้

รู้อย่างนี้แล้วก็ลองไปหามารับประทานกันดู เมล็ดเจียเมล็ดเล็กๆประโยชน์ที่ไม่ควรมองข้ามของคนรักสุขภาพจริงๆ ดังคำกล่าวที่ว่า … การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ

-------------- advertisements --------------

-------------- advertisements --------------

Comments

Scroll To Top