หิด คืออะไร สาเหตุ อาการ การป้องกัน และวิธีรักษาหิด

“คัน คัน คัน” ใครเคยมีอาการคันมากๆ ตามผิวหนังทั้งง่ามนิ้วมือ แขน ขา ท้อง ฯลฯ ร่วมกับมีผื่นขึ้นเป็นเม็ดแข็งๆ และตุ่มใสๆ ตามร่างกายบ้างหรือเปล่า ถ้าเคยแสดงว่าคุณอาจโดนไรหิดบุกรุกเข้าแล้ว แม้ว่าตัวของมันจะเล็กมากๆ จนไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าก็ตาม แต่เจ้าไรหิดนี้ร้ายกาจใช่ย่อย ลองมาทำความรู้จักกับโรคหิดกันดูว่ามีพิษสงมากขนาดไหน

————– advertisements ————–

หิด คืออะไร
โรคหิด (Scabies) คือโรคที่เกิดจากปรสิตชนิดหนึ่งที่อาศัยอยู่บนผิวหนังของเรา และเพราะเซลล์ผิวหนังของเราเป็นอาหารชั้นยอดของเจ้าปรสิตพวกนี้จึงทำให้มันชอบที่จะอยู่บนร่างกายของเรา โดยตัวเมียจะวางไข่ครั้งละ 2 – 3 ฟองต่อวัน และใช้เวลาประมาณเพียงแค่ 10 วัน เจ้าปรสิตก็จะกลายเป็นตัวอ่อนที่เรียกว่าหิดเดินไปมาอยู่บนร่างกายของเราได้แล้ว

หิด

ปรสิต ต้นตอของการเกิดหิด

โรคหิดนั้นเป็นโรคติดต่อที่พบได้มากจากผู้คนทั่วโลกถึงประมาณ 300 ล้านคนเลยทีเดียว เป็นโรคที่สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเชื้อชาติ ซึ่งส่วนใหญ่จะพบในประเทศด้อยพัฒนามากกว่าประเทศที่กำลังพัฒนาหรือพัฒนาแล้ว และมักพบในช่วงที่อากาศเย็นโดยเฉพาะที่อุณหภูมิต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียส

ลักษณะและอาการของโรคหิด
สำหรับผู้ที่เป็นโรคหิดนั้นจะมีอาการคันรวมทั้งมีผื่นแดงขึ้นตามบริเวณผิวหนัง และสามารถติดต่อกันได้ทางผิวหนังหากมีการสัมผัสหรือโดนบริเวณผิวหนังที่เป็นหิด ซึ่งหากไม่สัมผัสโดนผิวหนังของผู้ที่เป็นโรคหิดก็มักจะไม่ติดต่อเพราะโดยปกติตัวหิดจะไม่สามารถกระโดดสู่ร่างกายผู้อื่นได้นอกจากการสัมผัส

หิด

ตุ่มตามตัวที่เกิดจากหิด

ระยะฟักตัวของหิดนั้นจะอยู่ที่ประมาณ 2 – 6 สัปดาห์ หลังได้รับเชื้อ ซึ่งช่วงก่อนจะเกิดอาการนี้เองที่ทำให้เกิดการกระจายตัวของเชื้อหิดสู่ผู้อื่น เนื่องจากผู้ที่ติดโรคหิดมักจะไม่ทราบว่าตนเองติดเชื้อหิดแล้วเนื่องจากยังไม่มีอาการแสดง

และเมื่อผ่านช่วงระยะเวลาดังกล่าวมาแล้ว ผู้ติดเชื้อหิดก็จะเริ่มแสดงอาการคันมากโดยเฉพาะตอนกลางคืน ผิวหนังเริ่มเกิดตุ่มสีน้ำตาลหรือแดงนูนใสๆ อาจมี 2 – 3 ตุ่ม หรือหลายตุ่มตามบริเวณซอกนิ้วมือหรือนิ้วเท้า ข้อมือ ข้อศอก รอบสะดือ เต้านม ขาหนีบ ท้อง รวมไปถึงอวัยวะสืบพันธุ์

Ads by AdsOptimal

การติดต่อและสาเหตุของโรคหิด
โรคหิดจะติดต่อได้โดยการสัมผัสทางผิวหนัง หรือใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกัน เช่น เสื้อผ้า, ผ้าเช็ดตัว รวมไปถึงห้องน้ำอย่างที่นั่งบนชักโครก เป็นต้น แม้ตัวหิดนี้จะมีชีวิตอยู่ได้เพียง 2 – 3 วันเท่านั้น แต่มันสามารถวางไข่บนร่างกายมนุษย์ได้ไม่รู้จบจนตลอดวงจรชีวิตของมันเลยทีเดียว สร้างความรำคาญใจให้แก่ผู้ที่เกิดโรคหิดเป็นอย่างมาก

การรักษาผู้ที่เป็นโรคหิด
ก่อนอื่นต้องทำการคัดแยกผู้ป่วยและเสื้อผ้าของใช้สำคัญของผู้ที่เป็นโรคหิดออกจากสมาชิกในครอบครัวประมาณ 3 วันเป็นอย่างต่ำ และทำความสะอาดด้วยน้ำร้อน ส่วนตัวผู้ป่วยที่เป็นโรคหิดก็ควรพาไปพบแพทย์ โดยส่วนมากแพทย์จะทำการรักษาโดยให้ยากลุ่ม Permethrin Cream มาทาทิ้งไว้ประมาณ 8 ชั่วโมงจึงล้างออกได้ และยา Lindane Lotion ซึ่งไม่ควรใช้ยานี้ในสตรีมีครรภ์ หรือเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี และบริเวณที่เกิดแผล หรือหลังอาบน้ำหมาดๆ (โดยมากแพทย์มักจะให้ยาตัวนี้ในกรณีที่ยาตัวอื่นไม่ได้ผลกับผู้ป่วย) อาจร่วมกับยารับประทานฆ่าเชื้อหิด

หิด

ตัวอย่างยารักษาเชื้อหิด

รวมทั้งตัวผู้ป่วยเองควรตัดเล็บให้สั้น ระวังอย่าไปเผลอเกาเพราะยิ่งเกาก็จะยิ่งคัน ทำให้เชื้ออาจลามไปยังบริเวณอื่นได้ ตลอดจนตุ่มแตกเป็นหนองทำให้เป็นแผลมากยิ่งขึ้น ซึ่งหากผ่านไปสักสองสัปดาห์ยังไม่หายหรือมีผื่นขึ้นมาใหม่ก็ให้รีบกลับไปพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยอีกครั้ง

การป้องกันโรคหิด
โดยระหว่างการรักษาควรใช้ยาให้ครบตามแพทย์สั่ง และหลังจากผ่านการรักษาแล้วควรระมัดระวังป้องกันไม่ให้เกิดโรคหิดซ้ำทั้งแก่ตนเองตลอดจนคนในครอบครัวดังนี้
– อาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาดทุกวันวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น
– นำของใช้ส่วนตัวอย่าง เสื้อผ้า ผ้าห่ม ผ้าขนหนู ฯลฯ ไปซักทำความสะอาดในน้ำร้อนที่อุณหภูมิมากกว่า 60 องศาเซลเซียส
– หากเป็นสิ่งของที่ทำความสะอาดด้วยการซักไม่ได้ก็ให้ใช้พลาสติกครอบปิดไว้ให้มิดชิดประมาณ 3 วัน เพื่อรอให้ตัวหิดตายก่อนนำมาใช้
– ควรดูดฝุ่นทำความสะอาดตามโซฟา เก้าอี้ที่นั่ง หรือพรมในบ้าน (หากมี) ให้สะอาด
– หากมีผู้ที่สงสัยว่าอาจเป็นโรคหิด ก่อนสัมผัสตัวผู้ป่วยทุกครั้งต้องสวมถุงมือป้องกันทุกครั้ง

หิด

สวมใส่เสื้อผ้าที่สะอาดและไม่ใช้ปนกับผู้อื่น เป็นวิธีหนึ่งในการป้องกันการเกิดโรคหิด

ดังนั้นจึงควรหมั่นดูแลรักษาความสะอาดร่างกายและสิ่งของเครื่องใช้ให้สะอาดอยู่เสมอ เมื่อสุขอนามัยดีย่อมห่างไกลจากเชื้อโรคต่างๆ เพียงเท่านี้หิดก็ไม่มากล้ำกรายชีวิตคุณแล้วละ

-------------- advertisements --------------

-------------- advertisements --------------

Comments

Scroll To Top