สติปัฏฐาน 4 คืออะไร มีอะไรบ้าง

สติปัฏฐาน 4 คือ ข้อปฏิบัติแห่งการฝึกสติ เพื่อความรู้แจ้งในกาย เวทนา จิต และธรรม ความเข้าใจตามเป็นจริงของสิ่งทั้งปวงโดยไม่ถูกกิเลสครอบงำ โดยใช้สติและความมุ่งมั่นแน่วแน่เป็นตัวนำ

สติปัฏฐาน เกิดจากคำ 2 คำ คือคำว่า สติ ซึ่งแปลว่า ความระลึกรู้ ความตระหนักรู้ และความไม่ลืม กับคำว่า ปัฏฐาน ซึ่งแปลว่า ความตั้งมั่น, ความแน่วแน่, ความมุ่งมั่นไม่ปล่อยเวลาให้เสียประโยชน์ เมื่อรวมเข้าด้วยกัน จึงหมายถึง การเข้าไปรู้เห็นในสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง เป็นการรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นกับกาย เวทนา จิต และธรรม ด้วยสติที่ตั้งมั่นและแน่วแน่

สติปัฏฐาน 4

สติปัฏฐาน 4 ประกอบไปด้วย
1. กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน หมายถึง การมีสติไม่ลืมว่ากายเป็นแค่ที่รวมของธาตุ 4 ได้แก่ ดิน น้ำ ลม ไฟ มาประชุมรวมกันเป็นร่างกาย ไม่มองกายด้วยความเป็นคน สัตว์ เรา เขา แต่มองแยกเป็น รูปธรรมหนึ่ง ๆ เท่านั้น อาศัยเหตุปัจจัยมากมายเกิดขึ้นเป็นวงจรปฏิจจสมุปบาท ก็จะเห็นความเกิดดับ และเห็นว่ากายล้วนไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และเป็นอนัตตา

2. เวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน หมายถึง การมีสติไม่ลืมว่าเวทนาทั้งหลาย ทั้งสุข ทุกข์ อุเบกขา มีและไม่มีอามิส ล้วนเป็นนามธรรมอย่างหนึ่ง ไม่มองกายด้วยความเป็นคน สัตว์ เรา เขา แต่มองแยกเป็นแค่นามธรรมที่อาศัยเหตุปัจจัยมากมายเกิดขึ้นเป็นวงจรปฏิจจสมุปบาท ก็จะเห็นความเกิดดับ และเห็นว่าเวทนาล้วนไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และเป็นอนัตตา

3. จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน หมายถึง การมีสติไม่ลืมว่าจิตมีเหตุใกล้คือเจตสิกมากมายเป็นปัจจัยให้เกิดอยู่ ไม่มองจิตด้วยความเป็นคน สัตว์ เรา เขา คือไม่มองว่าเรากำลังคิด เรากำลังโกรธ หรือเรากำลังเหม่อลอย แต่มองแยกเป็นนามธรรมอย่างหนึ่ง ที่อาศัยเหตุปัจจัยมากมายเกิดขึ้นเป็นวงจรปฏิจจสมุปบาท ก็จะเห็นความเกิดดับ และเห็นว่าจิตล้วนไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และเป็นอนัตตา

4. ธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน หมายถึง การมีสติไม่ลืมว่าโลกิยธรรมทั้งปวงเกิดจากเหตุปัจจัยมากมาย ไม่มองด้วยความเป็นคน สัตว์ เรา เขา แต่มองเป็นรูปธรรมและนามธรรม ที่อาศัยเหตุปัจจัยมากมายเกิดขึ้นเป็นวงจรปฏิจจสมุปบาทก็จะเห็นความเกิดดับ และเห็นว่าธรรมที่เกิดจากเหตุปัจจัยล้วนไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และเป็นอนัตตา

สติปัฏฐาน 4 นี้เป็นหลักการปฏิบัติในการฝึกสติที่พระองค์ท่านตรัสว่าเป็นทางสายเอก เป็น 1 ใน 7 หมวดในโพธิปักขิยธรรม ซึ่งเป็นธรรมอันเป็นฝักฝ่ายแห่งความตรัสรู้ หรือ เกื้อกูลแก่การตรัสรู้ และเกื้อหนุนแก่ธรรมของผู้ปฏิบัติให้สามารถเดินทางไปถึงที่สุดแห่งทุกข์ได้

-------------- advertisements --------------

-------------- advertisements --------------

Comments

Scroll To Top