Ads by MediaVenus
loading...

มะเร็งปากมดลูก สาเหตุ อาการ วิธีการรักษา และวิธีดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งปากมดลูก

ในปัจจุบันนี้มีผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็งเพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกวัน และคร่าชีวิตผู้คนเรียกได้ว่าเป็นอันดับต้นๆ ของโรคต่างๆ เลยก็ว่าได้นะคะ อย่างโรคมะเร็งปากมดลูกนี้ก็เป็นสาเหตุการเสียชีวิตของผู้หญิงอันดับหนึ่ง ซึ่งผู้หญิงเราส่วนใหญ่มักรู้สึกอายที่ต้องไปตรวจภายในหาเชื้อมะเร็งปากมดลูกกัน จึงปล่อยให้เชื้อลุกลามมารู้ตัวอีกทีก็ยากเกินจะแก้ไขเสียแล้ว

————– advertisements ————–

มะเร็งปากมดลูกคืออะไร
มะเร็งปากมดลูก (Cancer of Cervix) คือ เซลล์ในร่างกายที่มีการแบ่งตัวขึ้นอย่างผิดปกติโดยไม่สามารถควบคุมได้ และจะขยายตัวใหญ่ขึ้นตามเวลา พร้อมทั้งเจริญลุกลามไปยังอวัยวะอื่นๆ ของร่างกายได้ โดยไม่สามารถหายเองหรือรับประทานยา ต้องทำการผ่าตัดออกหรือฆ่าเชื้อมะเร็งเท่านั้น รวมทั้งยังเป็นโรคที่ทำให้ผู้หญิงเสียชีวิตเป็นอันดับหนึ่งอีกด้วย (เกณฑ์เฉลี่ย 7 คน/วัน) แต่ทั้งนี้โรคมะเร็งปากมดลูกก็ถือเป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายขาดเป็นปกติได้ ซึ่งมะเร็งปากมดลูกนี้มักพบในผู้หญิงที่มีอายุระหว่าง 35 – 60 ปี

มะเร็งปากมดลูก

สาเหตุของโรคมะเร็งปากมดลูก
มะเร็งปากมดลูกนั้นเกิดจากการติดเชื้อไวรัสหูด (Human Papilloma Virus – HPV) ซึ่งติดต่อได้โดยทางเพศสัมพันธ์ โดยเมื่อเชื้อนี้เข้าสู่ร่างกายก็จะก่อให้เกิดเป็นโรคมะเร็งปากมดลูก ซึ่งใช้ระยะเวลาในการฟักตัวนาน 10 – 15 ปีเลยทีเดียว จึงทำให้ผู้ป่วยมักไม่ทราบว่ากำลังเป็นมะเร็งปากมดลูกอยู่ และสาเหตุที่ถือเป็นปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ การมีเพศสัมพันธุ์ตั้งแต่อายุน้อย, การมีคู่นอนหลายคน (ทั้งตัวผู้หญิงเองและฝ่ายชาย), การคลอดบุตรหลายคน, กรรมพันธุ์, ขาดสารอาหารบางอย่าง, การดื่มเหล้า หรือสูบบุหรี่ รวมถึงร่างกายอ่อนแอมีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง (เอดส์) เป็นต้น เหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งปากมดลูกได้ทั้งสิ้น

มะเร็งปากมดลูก

เชื้อไวรัส Human Papilloma Virus – HPV สาเหตุหลักของการเกิดมะเร็งปากมดลูก

มะเร็งปากมดลูก

การไม่สำส่อนทางเพศ จะลดโอกาสการติดเชื่อไวรัส HPV ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดมะเร็งปากมดลูก

อาการของมะเร็งปากมดลูก
– มีเลือดออกทางช่องคลอดแบบกะปริบกะปรอยระหว่างรอบเดือนในแต่ละเดือน ซึ่งเป็นอาการที่พบได้มากที่สุดถึง 80 – 90 เปอร์เซ็นต์ในผู้หญิงเลยทีเดียว
– มีตกขาวมากผิดปกติแบบมูกเลือด และกลิ่นเหม็นมาก
– มีเลือดออกขณะมีเพศสัมพันธ์
– อาจปวดหลังหากก้อนเนื้อลุกลามไปยังอุ้งเชิงกรานแล้วกดทับเส้นประสาท
– หากลุกลามไปยังร่างกายส่วนต่างๆ ก็จะเกิดการปวดก้นกบ ขับถ่ายปัสสาวะและอุจจาระเป็นเลือด หรือขาบวม ฯลฯ

Ads by AdsOptimal

วิธีการรักษามะเร็งปากมดลูก
– รักษาโดยวิธีการผ่าตัด ซึ่งวิธีนี้อาจเกิดผลข้างเคียงขึ้นหลังผ่าตัด คือ อาจมีการติดเชื้อ หรือตกเลือด เป็นต้น
– รักษาโดยการฉายแสง วิธีนี้มีผลข้างเคียงคือ จะรู้สึกอ่อนเพลียมาก ผิวหนังแห้งไม่ชุ่มชื้น และอาจมีปัสสาวะปนเลือดออกมา
– รักษาโดยให้ยาเคมีบำบัด ก็มียาอยู่หลายตัวให้ได้เลือกตามความสะดวก เพราะราคาก็แพงตามเกรดของยา ซึ่งส่งผลให้เกิดการอ่อนเพลีย ผมร่วง คลื่นไส้ อาเจียน และมือ-เท้าชาได้ (ขึ้นกับตัวยาเคมีที่ใช้)

มะเร็งปากมดลูก

การผ่าตัดและฉายแสง คือวิธีการรักษาหลักของมะเร็งปากมดลูกในปัจจุบัน

วิธีดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งปากมดลูก
– ให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารให้ครบทุก 5 หมู่ เพื่อเสริมสร้างให้ร่างกายแข็งแรง
– หมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอแบบไม่หักโหม เช่น การเดิน หรือแกว่งแขน เป็นต้น
– ให้กำลังใจแก่ผู้ป่วยมากๆ ไม่ให้เครียด หรือวิตกกังวลมากจนเกินไป
– เมื่อพบอาการผิดปกติใดๆ ต้องรีบบอกแพทย์ผู้รักษาทันที

ซึ่งในปัจจุบันนี้มีวัคซีนสำหรับป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกแล้ว โดยเด็กและผู้หญิงที่อายุไม่เกิน 26 ปี และยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์มาก่อนก็สามารถฉีดวัคซีนนี้ได้เลยโดยไม่ต้องตรวจแปปสเมียร์ (โดยเฉพาะอายุ 9 – 26 ปี จะได้ผลมากที่สุด) แต่หากเป็นผู้หญิงที่ผ่านการมีเพศสัมพันธ์มาแล้วก็ต้องตรวจแปปสเมียร์ก่อนรับวัคซีน

-------------- advertisements --------------

-------------- advertisements --------------
————– Ads by Adnow ————–
loading...

Comments

Scroll To Top