Ads by MediaVenus
loading...

กฎอัยการศึกคืออะไร ใครเป็นผู้ประกาศใช้กฎอัยการศึก

กฎอัยการศึก คือ กฎหมายซึ่งได้ตราขึ้นไว้สำหรับประกาศใช้เมื่อมีเหตุจำเป็นเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง เช่น ในกรณีเกิดสงคราม การจลาจล เกิดการปะทะกันจนมีการบาดเจ็บล้มตาย หรือ มีความเสี่ยงชัดเจนที่จะเกิดการจลาจลหรือการปะทะกันอย่างรุนแรง มีความในเขตที่ประกาศใช้กฎอัยการศึก เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารมีอำนาจหน้าที่เหนือเจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือนในส่วนที่เกี่ยวกับการยุทธ์ การระงับปราบปรามหรือการรักษาความสงบเรียบร้อย และศาลทหารมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีอาญาบางอย่างที่ประกาศระบุไว้แทนศาลพลเรือน

————– advertisements ————–

กฏอัยการศึก (Martial Law) ของไทยมีฐานะเป็นพระราชบัญญัติ ถูกตราขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2547 ในรัชสมัยล้นเกล้ารัชกาลที่ 5

ผู้มีอำนาจประกาศกฏอัยการศึก
พรบ.กฏอัยการศึก มาตรา 4 บัญญัติไว้ว่า “เมื่อมีสงครามหรือจลาจลขึ้น ณ แห่งใดให้ผู้บังคับบัญชาทหาร ณ ที่นั้น ซึ่งมีกำลังอยู่ใต้บังคับไม่น้อยกว่าหนึ่งกองพัน หรือเป็นผู้บังคับบัญชาในป้อมหรือที่มั่นอย่างใด ๆ ของทหารมีอำนาจประกาศใช้กฎอัยการศึก เฉพาะในเขตอำนาจหน้าที่ของกองทหารนั้นได้ แต่จะต้องรีบรายงานให้รัฐบาลทราบโดยเร็วที่สุด”

Ads by AdsOptimal

รายละเอียดของพระราชบัญญัติกฏอัยการศึกรายมาตรา
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้ ใหเรียกวา “กฎอัยการศึก พ.ศ. ๒๔๕๗”

มาตรา ๒ เมื่อเวลามีเหตุอันจําเปนเพื่อรักษาความเรียบรอยปราศจากภัย ซึ่งจะมาจากภายนอกหรือ ภายในราชอาณาจักรแลว จะไดมีประกาศพระบรมราชโองการใหใชกฎอัยการศึกทุกมาตราหรือแตบางมาตรา หรือขอความสวนใดสวนหนึ่งของมาตรา ตลอดจนการกําหนดเงื่อนไขแหงการใชบทบัญญัตินั้นบังคับในสวนหนึ่งสวนใดของราชอาณาจักรหรือตลอดทั่วราชอาณาจักร และถาไดประกาศใชเมื่อใด หรือ ณ ที่ใดแลว บรรดาขอความในพระราชบัญญัติ หรือบทกฎหมายใด ๆ ซึ่งขัดกับความของกฎอัยการศึกที่ใหใชบังคับตองระงับและใชบทบัญญัติของกฎอัยการศึกที่ใหใชบังคับนั้นแทน

มาตรา ๓ ถาไมไดประกาศใชกฎอัยการศึกทั่วพระราชอาณาจักร ในประกาศนั้นจะไดแสดงใหปรากฏวา มณฑลใด ตําบลใด หรือเขตใดใชกฎอัยการศึก

มาตรา ๔ เมื่อมีสงครามหรือจลาจลขึ้น ณ แหงใดใหผูบังคับบัญชาทหาร ณ ที่นั้น ซึ่งมีกําลังอยูใตบังคับ ไมนอยกวาหนึ่งกองพัน หรือเปนผูบังคับบัญชาในปอมหรือที่มั่นอยางใด ๆ ของทหารมีอํานาจประกาศใชกฎอัยการศึก เฉพาะในเขตอํานาจหนาที่ของกองทหารนั้นไดแตจะตองรีบรายงานใหรัฐบาลทราบโดยเร็วที่สุด

มาตรา ๕ การที่จะเลิกใชกฎอัยการศึกแหงใดนั้น จะเปนไปไดตอมีประกาศกระแสพระบรมราชโองการเสมอ

มาตรา ๖ ในเขตที่ประกาศใชกฎอัยการศึก ใหเจาหนาที่ฝายทหารมีอํานาจเหนือเจาหนาที่ฝายพลเรือนในสวนที่เกี่ยวกับการยุทธ การระงับปราบปราม หรือการรักษาความสงบเรียบรอยและเจาหนาที่ฝายพลเรือนตองปฏิบัติตามความตองการของเจาหนาที่ฝายทหาร

มาตรา ๗ ในเขตที่ประกาศใชกฎอัยการศึก ศาลพลเรือนคงมีอํานาจพิจารณาพิพากษาคดีไดอยางปกติ เวนแตคดีที่อยูในอํานาจของศาลอาญาศึก และผู้มีอํานาจประกาศใชกฎอัยการศึกมีอํานาจประกาศใหศาลทหารพิจารณาพิพากษาคดีอาญาซึ่งการกระทําผิดเกิดขึ้นในเขตที่ประกาศใชกฎอัยการศึกและในระหวางที่ใชกฎอัยการศึกตามที่ระบุไวในบัญชีตอทายพระราชบัญญัตินี้ทุกขอ หรือแต บางขอและหรือบางสวนของขอใดขอหนึ่งได ทั้งมีอํานาจใน
การแกไขเพิ่มเติม หรือยกเลิกประกาศดังกลาวนั้นดวย

ประกาศใหศาลทหารมีอํานาจพิจารณาพิพากษาคดีตามความในวรรคแรกใหมีผลบังคับเฉพาะคดีที่ การกระทําความผิดเกิดขึ้นตั้งแตวันเวลาที่ระบุไวในระกาศวันเวลาที่ระบุนั้นจะเปนวันเวลาที่ออกประกาศนั้นหรือภายหลังก็ได ประกาศเชนวานี้ใหโฆษณาในราชกิจจานุเบกษาดวย

นอกจากกรณีดังกลาวแลว ถาคดีอาญาใดที่เกิดขึ้นในเขตที่ประกาศใชกฎอัยการศึกมีเหตุพิเศษเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศ หรือความสงบเรียบรอยของประชาชน ผูบัญชาการทหารสูงสุดจะสั่งใหพิจารณาพิพากษาคดีอาญานั้นในศาลทหารก็ได

มาตรา ๗ ทวิ ประกาศใหศาลทหารมีอํานาจพิจารณาพิพากษาคดีอาญาตามความในมาตรา ๗ นั้น จะใหศาลทหารในทุกทองที่หรือแตบางทองที่มีอํานาจพิจารณาพิพากษาคดีอาญาตามที่กลาวในมาตรานั้นเทากันหรือมากนอยกวากันก็ได

มาตรา ๗ ตรี เมื่อไดเลิกใชกฎอัยการศึกแลว ใหศาลทหารคงมีอํานาจพิจารณาพิพากษาคดีอาญาที่ยังคงคางอยูในศาลนั้น และใหมีอํานาจพิจารณาพิพากษาคดีอาญาที่ยังมิไดฟองรองในระหวางเวลาที่ใชกฎอัยการศึกนั้นดวย

มาตรา ๘ เมื่อประกาศใชกฎอัยการศึกในตําบลใด, เมืองใด, มณฑลใด, เจาหนาที่ฝายทหารมีอํานาจเต็มที่จะตรวจคน, ที่จะเกณฑ, ที่จะหาม, ที่จะยึด, ที่จะเขาอาศัย, ที่จะทําลายหรือเปลี่ยนแปลงสถานที่, และที่จะขับไล

มาตรา ๙ การตรวจคนนั้น ใหมีอํานาจที่จะตรวจคนดังตอไปนี้
(๑) ที่จะตรวจ คน บรรดาสิ่งซึ่งจะเกณฑ หรือตองหาม หรือตองยึด หรือจะตองเขาอาศัย หรือมีไวในครอบครองโดยไมชอบดวยกฎหมาย ทั้งมีอํานาจที่
จะตรวจคนไดไมวาที่ตัวบุคคล ในยานพาหนะ เคหะสถาน สิ่งปลูกสราง หรือที่ใด ๆ และไมวาเวลาใด ๆ ทั้งสิ้น
(๒) ที่จะตรวจขาวสาร จดหมาย โทรเลข หีบ หอ หรือสิ่งอื่นใดที่สงหรือมีไปมาถึงกัน ในเขตที่ประกาศใชกฎอัยการศึก
(๓) ที่จะตรวจหนังสือ สิ่งพิมพ หนังสือพิมพ ภาพโฆษณา บทหรือคําประพันธ

มาตรา ๑๐ การเกณฑนั้นใหมีอํานาจที่จะเกณฑไดดังนี้
(๑) ที่จะเกณฑพลเมืองใหชวยกําลังทหารในกิจการ ซึ่งเนื่องในการปองกันพระราชอาณาจักร หรือชวยเหลือเกื้อหนุนราชการทหารทุกอยางทุกประการ
(๒) ที่จะเกณฑยวดยาน, สัตวพาหนะ, เสบียงอาหาร, เครื่องศาตราวุธ, และเครื่องมือเครื่องใชตางๆ จากบุคคลหรือบริษัทใด ๆ ซึ่งราชการทหารจะตองใชเป็นกําลังในเวลานั้นทุกอยาง

มาตรา ๑๑ การหามนั้น ใหมีอํานาจที่จะหามไดดังนี้
(๑) ที่จะหามมั่วสุมประชุมกัน
(๒) ที่จะหามออก จําหนาย จายหรือแจก ซึ่งหนังสือ สิ่งพิมพ หนังสือพิมพภาพบทหรือคําประพันธ
(๓) ที่จะหามโฆษณา แสดงมหรสพ รับหรือสงซึ่งวิทยุ วิทยุกระจายเสียงหรือวิทยุโทรทัศน
(๔) ที่จะหามใชทางสาธารณะเพื่อการจราจรไมวาจะเปนทางบก ทางน้ําหรือทางอากาศ รวมถึงทางรถไฟและทางรถรางที่มีรถเดินดวย
(๕) ที่จะหามมีหรือใชเครื่องมือสื่อสารหรืออาวุธ เครื่องอุปกรณของอาวุธ และเคมีภัณฑหรือสิ่งอื่นใดที่มีคุณสมบัติทําใหเกิดอันตรายแกบุคคล สัตว พืช หรือทรัพยสินหรือที่อาจนําไปใชทําเปนเคมีภัณฑ หรือสิ่งอื่นใดที่มีคุณสมบัติดังกลาวได
(๖) ที่จะหามบุคคลออกนอกเคหะสถานภายในระหวางระยะเวลาที่กําหนด
(๗) ที่จะหามบุคคลเขาไปหรืออาศัยอยูในเขตทองที่ใดซึ่งเจาหนาที่ฝายทหารเห็นวา เปนการจําเปนเพื่อ การยุทธ การระงับปราบปราม หรือการรักษาความสงบเรียบรอยและเมื่อไดประกาศหามเมื่อใดแลว ใหผูซึ่งอาศัยอยูในเขตนั้นออกไปจากเขตนั้นภายในกําหนดเวลาที่ไดประกาศกําหนด
(๘) ที่จะหามบุคคลกระทําหรือมีซึ่งกิจการหรือสิ่งอื่นใดไดตามรัฐมนตรีวาการกระทรวงกลาโหมได กําหนดไววาควรตองหามในเวลาที่ไดมีการประกาศใชกฎอัยการศึก

มาตรา ๑๒ บรรดาสิ่งซึ่งกลาวไว ในมาตรา ๙ มาตรา ๑๐ และมาตรา ๑๑ นั้นถาเจาหนาที่ฝายทหาร เห็นเปนการจําเปน จะยึดไวชั่วคราวเพื่อมิใหเปนประโยชนแกราชศัตรูหรือเพื่อ เปนประโยชนแกราชการทหาร ก็มีอํานาจยึดได

มาตรา ๑๓ อํานาจการเขาพักอาศัยนั้น คือ ที่อาศัยใด ๆ ซึ่งราชการทหารเห็นจําเปน จะใชเปน ประโยชนในราชการทหารแลว มีอํานาจอาศัยไดทุกแหง

มาตรา ๑๔ การทําลายหรือเปลี่ยนแปลงสถานที่นั้น ใหมีอํานาจกระทําไดดังนี้
(๑) ถาแมการสงครามหรือรบสูเปนรองราชศัตรู มีอํานาจที่จะเผาบานและสิ่งซึ่งเห็นวาจะเปนกําลังแกราชศัตรู เมื่อกรมกองทหารถอยไปแลว หรือถาแมวาสิ่งใด ๆ อยูในที่ซึ่งกีดกับการสูรบ ก็ทําลายไดทั้งสิ้น
(๒) มีอํานาจที่จะสรางที่มั่น หรือดัดแปลงภูมิประเทศหรือหมูบานเมืองสําหรับการตอสูราชศัตรู หรือเตรียมการปองกันรักษา ตามความเห็นชอบของเจาหนาที่ฝายทหารไดทุกอยาง

มาตรา ๑๕ ถามีผูหนึ่งผูใด ซึ่งไมมีภูมิลําเนาอาศัยเปนหลักฐาน หรือเปนผูมาอาศัย ในตําบลนั้นชั่วคราว เมื่อมีความสงสัยอยางหนึ่งอยางใดหรือจําเปนแลว มีอํานาจที่จะขับไลผูนั้นใหออกไปจากเมืองหรือตําบลนั้นได

มาตรา ๑๕ ทวิ ในกรณีที่เจาหนาที่ฝายทหารมีเหตุอันควรสงสัยวาบุคคลใดจะเปน ราชศัตรูหรือไดฝาฝนตอบทบัญญัติของพระราชบัญญัตินี้ หรือตอคําสั่
งของเจาหนาที่ฝายทหารใหเจาหนาที่ฝายทหารมีอํานาจกักตัวบุคคลนั้นไวเพื่อการสอบถามหรือตามความจําเปนของทางราชการ ทหารได แตตองกักไวไมเกินกวา ๗ วัน

มาตรา ๑๖ ความเสียหายซึ่งอาจบังเกิดขึ้นอยางหนึ่งอยางใด ในเรื่องอํานาจของเจาหนาที่ฝายทหาร ตามที่ไดกลาวมาแลวในมาตรา ๘ และมาตรา ๑๕ บุคคลหรือบริษัทใด ๆ จะรองขอคาเสียหายหรือคาปรับอยางหนึ่งอยางใด แกเจาหนาที่ฝายทหารไมไดเลยเพราะอํานาจทั้งปวงที่เจาหนาที่ฝายทหารไดปฏิบัติและดําเนินการตามกฎอัยการศึกนี้ เปนการสําหรับปองกันพระมหากษัตริย ชาติ ศาสนา ดวยกําลังทหารใหดํารงคงอยูในความเจริญรุงเรืองเปนอิสรภาพ และสงบเรียบรอยปราศจาก ราชศัตรูภายนอกและภายใน

มาตรา ๑๗ ในเวลาปรกติสงบศึก เจากระทรวงซึ่งบังคับบัญชาทหารมีอํานาจตรากฎเสนาบดีขึ้นสําหรับบรรยายขอความ เพื่อใหมีความสะดวก และเรียบรอยในเวลาที่จะใชกฎอัยการศึกไดตามสมควร สวนในเวลาสงครามหรือจลาจล แมทัพใหญหรือแมทัพรองมีอํานาจออกขอบังคับบรรยายความเพิ่มเติมใหการดําเนินไปตามความประสงคของกฎอัยการศึกนี้ และเมื่อไดประกาศกฎเสนาบดี หรือขอบังคับของแมทัพในทางราชการแลว ใหถือวาเปนสวนหนึ่งของ พระราชบัญญัตินี้

กฎอัยการศึก 2557
เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ.2557 พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ได้ประกาศใช้ พรบ. กฏอัยการศึกทั่วประเทศ มีผลตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ.2557 เวลา 3.00 น. เป็นต้นไป โดยมีใจความในประกาศดังนี้

ประกาศกองทัพบก ฉบับที่ 1 / 2557
เรื่อง การประกาศใช้ พรบ.กฎอัยการศึก

ตามสถานการณ์ที่มีกลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมืองหลายกลุ่ม ได้ทำการชุมนุมประท้วงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
เขตปริมณฑล ตลอดจนพื้นที่ต่างๆของประเทศ และมีกลุ่มผู้ไม่หวังดีสร้างสถานการณ์ความรุนแรง ด้วยการใช้อาวุธสงครามต่อประชาชน และสถานที่สำคัญอย่างกว้างขวาง เป็นผลให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์เสียชีวิต ได้รับบาดเจ็บและเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวมีแนวโน้มจะก่อให้เกิดเหตุการณ์จลาจล และความไม่สงบเรียบร้อยอย่างรุนแรงในหลายพื้นที่ อันกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
และความปลอดภัยในชีวิต ละทรัพย์สินของประชาชนโดยรวมนั้น

เพื่อให้การรักษาความสงบเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และนำความสงบสุข กลับคืนสู่ประชาชนทุกกลุ่มทุกฝ่ายโดยเร็ว จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 2 และ มาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ. 2457 ประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 20 พ.ค. 2557 ตั้งแต่เวลา 03.00 น. เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 20 พ.ค. 2557

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ผู้บัญชาการทหารบก

กฏอัยการศึก 2557

กดที่รูปเพื่อขยาย
กองทัพบกได้ออกประกาศฉบับที่ 2/2557 เรื่องการจัดตั้งกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (กอ.รส.) โดยมีผู้บัญชาการทหารบกเป็นผู้อำนวยการ มีหน้าที่ป้องกันระงับ ยับยั้ง และแก้ไขสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อความสงบและความมั่นคงของประเทศ มีอำนาจบังคับใช้กฎหมายทุกมาตราใน พ.ร.บ.กฎอัยการศึก และมีอำนาจเชิญบุคคลมารายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ อีกทั้งยังได้ประกาศยุบศูนย์รักษาความสงบ หรือ ศอ.รส. ที่ดูแลความสงบดูในขณะนี้ด้วย

ประกาศกองทัพบก ฉบับที่ 2 / 2557
เรื่อง การจัดตั้งกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (กอ.รส)
ตามที่ได้มีการประกาศ ใช้พระราชบัญญัติกฎอัยการศึกในทุกท้องที่ของประเทศ ตั้งแต่วันที่ 20 พ.ค. 2557 ไปแล้วนั้น เพื่อให้มาตรการรักษาความสงบเรียบร้อยและการดูแลความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สินให้แก่ประชาชนทุกกลุ่มทุกฝ่าย เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 2 และมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก 2457 และที่แก้ไขเพิ่มเติม จึงให้ดำเนินการดังนี้

1.จัดตั้งกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (กอ.รส) ดังนี้
1.1.ผู้บัญชาการทหารบก เป็น ผู้อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ผอ.รส.)
1.2.ให้ กอ.รส.มีหน้าที่ความรับผิดชอบดังนี้
1.2.1.ป้องกันระงับ ยับยั้ง และแก้ไขสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อย และความมั่นคงของประเทศ ในทุกท้องที่ของประเทศ
1.2.2.มีอำนาจบังคับใช้กฎหมายทุกมาตรา ใน พรบ.กฎอัยการศึก พ.ศ.2457 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เพื่อให้การรักษาความสงบเรียบร้อยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และนำความสงบสุขกลับคืนสู่ประชาชนทุกกลุ่มทุกฝ่ายโดยเร็ว
1.2.3.มีอำนาจในการเชิญบุคคลมารายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่หรือมาให้ถ้อยคำหรือส่งมอบเอกสาร หรือหลักฐานใด เพื่อประโยชน์ในการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่รับผิดชอบได้

2.ให้หน่วยเกี่ยวข้องดำเนินการดังนี้
2.1.ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย(ศอ.รส.)ที่จัดตั้งขึ้นตามประกาศ เรื่องพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ลงวันที่ 28 เม.ย. 2557 ยุติการปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 20 พ.ค. 2557 เวลา 03.00 น. และให้กำลังของหน่วยต่างๆ ตามโครงสร้างการจัดของ ศอ.รส.(เว้น กำลังของกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ) เคลื่อนย้ายกลับที่ตั้งเพื่อไปปฏิบัติภารกิจตามปกติของแต่ละหน่วย
2.2. ให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ กระทรวงมหาดไทย และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ส่งมอบกำลังในอัตราให้ขึ้นควบคุมทางยุทธการกับ กอ.รส. เมื่อได้รับคำสั่ง เพื่อให้การรักษาความสงบเรียบร้อยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และนำความสุขกลับคืนสู่ประชาชนทุกหมู่ทุกฝ่ายโดยเร็ว

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 20 พ.ค. 2557

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก

คำสั่งกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย ฉบับที่ 1 / 2557
เรื่อง เรื่องการถ่ายทอดออกอากาศของสถานีวิทยุกระจายเสียง สถานีวิทยุชุมชน

คำสั่ง กอ.รส. ฉบับที่ 1

กดที่รูปเพื่อขยาย
คำสั่งกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย ฉบับที่ 2 / 2557
เรื่อง ให้กลุ่มมวลชนชุมนุมในพื้นที่ที่กำหนด

คำสั่ง กอ.รส. ฉบับที่ 2

กดที่รูปเพื่อขยาย
คำสั่งกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย ฉบับที่ 3 / 2557
เรื่อง ห้ามการเสนอข่าว แจกจ่าย จำหน่ายสิ่งพิมพ์ที่ส่งผลกระทบต่อการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ

ประกาศ กอ.รส.ฉบับที่ 3

กดที่รูปเพื่อขยาย
ประกาศกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย ฉบับที่ 4 / 2557
เรื่อง กองอำนวยรักษาความสงบ (กอ.รส.) เชิญบุคคลสำคัญในวงราชการ ประกอบด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ปลัดกระทรวง ผู้ว่าราชการจังหวัด อธิบดี องค์กรอิสระ ภาคประชาสังคม เข้าพบในช่วงเวลา 14.00 น. ของวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ประกาศ กอ.รส.ฉบับที่ 4

กดที่รูปเพื่อขยาย
ประกาศกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย ฉบับที่ 5 / 2557
เรื่อง กองอำนวยรักษาความสงบ (กอ.รส.) ประกาศแต่งตั้งคณะที่ปรึกษา กอ.รส. ประกอบไปด้วย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด,ผู้บัญชาการทหารเรือ,ผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

คำสั่งกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย ฉบับที่ 6 / 2557
เรื่อง กองอำนวยรักษาความสงบ (กอ.รส.) ขอความร่วมมือระงับการถ่ายทอดออกอากาศของสถานีโทรทัศน์ดาวเทียม และสถานีวิทยุชุมชน เพื่อให้การเผยแพร่ข่าวสารเป็นไปด้วยความถูกต้อง

ประกาศ กอ.รส.ฉบับที่ 6

กดที่รูปเพื่อขยาย
คำสั่งกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย ฉบับที่ 7 / 2557
เรื่อง กองอำนวยรักษาความสงบ (กอ.รส.) ขอความร่วมมือระงับการถ่ายทอดออกอากาศของสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมและสถานีวิทยุชุมชนเพิ่มเติม

คำสั่ง กอ.รส. ฉบับที่ 7

กดที่รูปเพื่อขยาย
คำสั่งกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย ฉบับที่ 8 / 2557
เรื่อง กองอำนวยรักษาความสงบ (กอ.รส.) ขอความร่วมมือจากสื่อสังคมออนไลน์

คำสั่ง กอ.รส. ฉบับที่ 8

กดที่รูปเพื่อขยาย
คำสั่งกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย ฉบับที่ 9 / 2557
เรื่อง กองอำนวยรักษาความสงบ (กอ.รส.) ห้ามสร้างความขัดแย้งหรือต่อต้านการปฏิบัติงานของกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย

คำสั่ง กอ.รส. ฉบับที่ 9

กดที่รูปเพื่อขยาย
คำสั่งกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย ฉบับที่ 10 / 2557
เรื่อง กองอำนวยรักษาความสงบ (กอ.รส.) ห้ามพกพาหรือใช้อาวุธสงครามและวัตถุระเบิด

คำสั่ง กอ.รส. ฉบับที่ 10

กดที่รูปเพื่อขยาย
คำสั่งกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย ฉบับที่ 12 / 2557
เรื่อง การรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน

คำสั่ง กอ.รส. ฉบับที่ 12

กดที่รูปเพื่อขยาย
คำสั่งกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย ฉบับที่ 13 / 2557
เรื่อง ห้ามชุมนุมนอกพื้นที่กำหนด

คำสั่ง กอ.รส. ฉบับที่ 13

กดที่รูปเพื่อขยาย
คำสั่งกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย ฉบับที่ 14 / 2557
เรื่อง การใช้อาวุธและการใช้กำลังในการรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญ

คำสั่ง กอ.รส. ฉบับที่ 14

กดที่รูปเพื่อขยาย
พบกับความเคลื่อนไหวการประกาศใช้กฏอัยการศึก พ.ศ. 2557 ได้ที่นี่ เกร็ดความรู้.net ….

-------------- advertisements --------------

-------------- advertisements --------------
————– Ads by Adnow ————–
loading...

Comments

Scroll To Top