โรคตาแดง สาเหตุ อาการ วิธีป้องกัน และวิธีรักษาโรคตาแดง

โรคตาแดง (Conjunctivitis) นับได้ว่าเป็นอีกโรคหนึ่งที่หลาย ๆ คนต่างคุ้นหูคุ้นตากันเป็นอย่างดี โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดภาวะน้ำท่วม หรือฤดูฝนที่โรคตาแดงมักระบาด จัดเป็นโรคระบาดที่สามารถติดต่อกันได้อย่างรวดเร็ว ทำให้หลาย ๆ คนกังวลและหวาดกลัวกับโรคตาแดงนี้

————– advertisements ————–

สาเหตุของโรคตาแดง
– เกิดจากเชื้อไวรัส Viral Conjunctivitis ที่อยู่ในแหล่งน้ำสกปรกกระเด็นเข้าตา
– เกิดจากการติดเชื้อ S.epidermidis, S.aureus ก่อให้เกิดภาวะเยื่อบุตาอักเสบ
– เกิดจากการแพ้สิ่งต่างๆ รอบข้าง ไม่ว่าจะเป็น การแพ้ควันบุหรี่, ยา, เกสรดอกไม้ หรือฝุ่น เป็นต้น
– สามารถติดต่อกันได้ง่ายโดยเฉพาะสถานที่ที่มีผู้คนแออัด
– เกิดจากการใช้สิ่งของร่วมกับผู้ที่ติดเชื้อ
– เกิดจากการโดนแมลงวัน หรือแมลงหวี่ตอมบริเวณดวงตา
– การไม่ล้างทำความสะอาดร่างกายให้สะอาด โดยเฉพาะบริเวณใบหน้าและมือ

โรคตาแดง

รูปร่างของไวัสที่ทำให้เกิดโรคตาแดง

อาการของโรคตาแดง
– ในระยะแรกหลังได้รับเชื้อจะเริ่มเกิดอาการเคืองตา บริเวณตาขาวจะค่อยๆ กลายเป็นสีแดงเรื่อๆ ขึ้น เนื่องจากบริเวณเยื่อบุตาขาวเกิดเลือดออก
– ขณะที่มีน้ำตาไหลออกมาจะรู้สึกเจ็บตา ร่วมกับมีขี้ตาสีเหลืองอ่อนๆ หรือเป็นเมือกใสจำนวนมาก
– โดยมากจะเกิดที่บริเวณดวงตาข้างหนึ่งก่อนแล้วจึงลามไปสู่ดวงตาอีกข้างหนึ่ง
– รู้สึกเจ็บบริเวณต่อน้ำเหลืองหลังใบหูและเกิดอาการบวมขึ้น
– หากเกิดการอักเสบบริเวณดวงตาดำจะรู้สึกเคืองตามากเป็นพิเศษ ทำให้เกิดเป็นบาดแผลขึ้นที่บริเวณดวงตาดำชั่วคราว
– หากเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียขณะตื่นนอนตอนเช้ามักจะลืมตาไม่ขึ้น เนื่องจากบริเวณเปลือกตามีขี้ตาจำนวนมากติดกันเป็นก้อน แต่จะไม่รุนแรงเท่าการติดเชื้อจากไวรัส

โรคตาแดง

ลักษณะของผู้มีอาการของโรคตาแดง

วิธีการรักษาและป้องกันโรคตาแดง
– แพทย์จะทำการรักษาตามอาการโดยหากมีขี้ตาจำนวนมากก็จะให้หยอดยาปฏิชีวนะ หรือหากเป็นไข้ ก็จะให้ยาลดไข้
– ผู้ป่วยควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และไม่นอนดึก
– ช่วงเช้าหรือเที่ยงควรสวมแว่นตากันแดดป้องกันแสงที่จะเป็นอันตรายต่อดวงตา
– ไม่ใช้สิ่งของเครื่องใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น อย่างผ้าเช็ดหน้า, ผ้าเช็ดตัว หรือเสื้อผ้า เป็นต้น
– ควรหมั่นล้างมือให้สะอาด โดยเฉพาะขณะที่จะจับใบหน้าและดวงตา
– หลีกเลี่ยงการใช้มือขยี้ตาบ่อยๆ
– ผู้ติดเชื้อควรงดการลงเล่นน้ำในสระว่ายน้ำสาธารณะ เนื่องจากเชื้อจะกระจายและติดต่อสู่ผู้อื่นได้
– การใช้ยาหยอดตา ก่อนใช้ควรล้างมือให้สะอาด และหากใช้ยาเกิน 1 อาทิตย์ แล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วน

ทั้งนี้ ดวงตาจัดเป็นอวัยวะสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของร่างกายเลยก็ว่าได้ หากเกิดอาการผิดปกติใดๆ ขึ้นกับดวงตา จึงควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด เพราะหากไปช้าอาจไม่ทันการทำให้สูญเสียดวงตาคู่สวยไปได้ในที่สุดนั่นเอง

-------------- advertisements --------------

-------------- advertisements --------------
————– Ads by Adnow ————–
loading...

Comments

Scroll To Top